English / ภาษาไทย


ภูมิปัญญาท้องถิ่น

นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย
(ภูมิปัญญาทางการประพันธ์กาพย์ กลอน และข้อเขียนทางพุทธศาสนา)



          นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย เป็นคนจังหวัดราชบุรีโดยกำเนิด ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมท้องถิ่น ท่านมีความสามารถทางการประพันธ์ร้อยกรองและงานเขียนทางพุทธศาสนาอย่างสูง กาพย์เห่เรือผลงานของท่านโด่งดังไปทั่วประเทศไทย นั่นคือ กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ บทประพันธ์ของท่านเข้าประกวดในโครงการเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ และได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นที่น่าภาคภูมิใจยิ่ง กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติของนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ได้ใช้ในพระราชพิธีมหามงคลวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ ๕๐ มีกระบวนพยุหยาตราชลมารค เป็นกิจกรรมเห่เรือในงาน วันพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้ากฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ในวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณศิลป์ในการแต่งกาพย์เห่เรือคงมีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ไม่มากหรืออาจหาไม่ได้อีก กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติของนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ที่ชนะการประกวดมีปี พ.ศ. ๒๕๓๙ นำมาใช้ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้ากฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ อีกครั้ง
          ความเป็นมาของการแต่งกาพย์เห่เรือของนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย เนื่องมาจากในวโรกาสเฉลิมฉลองปีกาญจนาภิเษก หน่วยงาน ๓ หน่วยงานได้แก่ กองทัพเรือ กรมศิลปากร ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ร่วมจัดกิจกรรมคือ กองทัพเรือได้สร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ
รัชกาลที่ ๙ กรมศิลปากรรับผิดชอบด้านศิลปะลวดลายเรือ และธนาคารไทยพาณิชย์ช่วยจัดหาทุนสร้างเรือพร้อมทั้งประกาศให้บุคคลทั่วไปส่งผลงานกาพย์เห่เรือเข้าประกวด กำหนดความยาวไม่เกิน ๒๐ บท แต่งตามลักษณะกาพย์เห่เรือทุกทุกประการคือ โคลงสี่สุภาพ ๑ บท ตามด้วยกาพย์ยานีไม่น้อยกว่า ๑๕ บท และไม่เกิน ๒๐ บท
          จากสารสถาบันภาษาไทย ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒ เมษายน - มิถุนายน ๒๕๓๙ ได้สัมภาษณ์ นาวาโททองย้อย แสงสินชัย ( ยศเดิม ) ลงประวัติและยกย่องผลงานของท่านและในความตอนหนึ่งได้กล่าวถึง กรรมการผู้ตัดสินทั้งหมดมี ๑๐ คน มาจากธนาคารไทยพาณิชย์ ๙ คน และจากกองทัพเรือ ๑ คน มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดถึง ๑๖๐ สำนวน
          ผู้เขียนได้ศึกษาผลงานของท่านนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย แล้วท่านเป็นผู้ทรง ภูมิปัญญาไทยท่านหนึ่งที่สมควรยกย่องและแนะนำให้ผู้อ่านรู้จัก ท่านเกิดในตำบลปากไก่ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี การศึกษาได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค สำนักเรียนวัดมหาธาตุ จังหวัดราชบุรี และจบปริญญาตรีทางด้านรัฐศาสตร์ สาขาสัมพันธ์ระว่างประเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อดีตการรับราชการของท่านเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑ เข้ารับราชการเป็นนักภาษาโบราณ กองหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ปัจจุบันท่านรับราชการเป็นอนุศาสนาจารย์ กองทัพเรือ และดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
          นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ได้รับการศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี และได้บวชเรียนที่วัดนั้น เริ่มมีผลงานตอนเป็นสามเณรและภิกษุท่านได้กล่าวถึงผลงานของท่านดังนี้
          ในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ขณะบวชเป็นสามเณรที่วัดมหาธาตุ ราชบุรี ท่านเริ่มเรียนรู้กฎเกณฑ์ทางฉันทลักษณ์ด้วยตนเอง และแต่งกลอนภาษิตเกี่ยวกับต้นไม้ในวัดและลงในนิตยสาร "ชัยพฤกษ์" สมัยนั้นอาจารย์เปลื้อง ณ นคร เป็นบรรณาธิการ บทประพันธ์ของท่านครั้งนั้นได้รับการลงในนิตยสารชัยพฤกษ์เสมอ และใช้นามปากกาว่า "สิน แสงสินชัย" และต่อมาได้ประพันธ์ลงในนิตยสาร "วิทยาสาร" และผลงานของท่านที่ลงในวารสารวิทยาสาร เรื่อง "ชีวิตของสุนทรภู่" ได้รับรางวัลชนะเลิศเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒
          เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ท่านแต่งหนังสือเรื่อง "บรรพชาปวัตน์คำกลอน" ถ้าแปลหมายถึง ความเป็นไปของการบวช โดยแต่งเป็นคำกลอน ความยาวประมาณ ๔๐๐ บท แต่งเข้าประกวดบทประพันธ์ชิงรางวัลทางวรรณคดีของมูลนิธิ จอห์น เอฟ เคนเนดี แห่งประเทศไทย และผลงานชิ้นนี้ของท่านได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้รับรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาท การตัดสินกระทำโดยคณะกรรมการประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิเชี่ยวชาญทางด้านวรรณกรรม โดยมีพระวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยลาภ พฤฒิยากร เป็นประธานกรรมการในการตัดสิน ผู้เขียนได้ศึกษาตำรา A village ordination บรรพชาปวัตน์คำกลอน พระมหาทองย้อย วรกวิณโธ แต่งเป็นตำราแปลคำกลอนไทยเป็นภาษาอังกฤษโดย ศาสตราจารย์ Silcock ร่วมกับอาจารย์เสรี วงษ์มณฑา พิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก คำนำในหนังสือดังกล่าวได้กล่าวถึงที่มาการให้รางวัลซึ่งยกย่องผู้ประพันธ์ว่า "นับว่าเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการตัดสินให้ผู้ประพันธ์ได้รับรางวัลเงินเต็มจำนวนที่จัดสรรไว้ เพราะเห็นว่านอกจากพระมหาทองย้อยจะสามารถแต่งบทประพันธ์ได้ถูกต้องตามกติกาไม่มีข้อ บกพร่องในเชิงวรรณคดีประการใดทั้งสิ้นแล้วเกี่ยวกับการเข้าอุปสมบทตามแบบคนพื้นเมืองในประเทศไทย จึงเป็นการจารึกขนบธรรมเนียมประเพณีที่น่าชมอันนี้ไว้ อนุชนรุ่นหลังทราบได้อย่างดียิ่งและด้วยเหตุนี้เองซึ่งทำให้มูลนิธิฯ ตกลงใจจัดพิมพ์ขึ้น"
          นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ท่านมีผลงานประพันธ์เผยแพร่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตเป็นสามเณร เป็นภิกษุ และจนเข้ารับราชการมีมากมาย ล้วนแต่มีคุณค่าดีเด่น ผลงานของท่านมีทั้ง สุภาษิตชาดก กลอนนิราศ คำทำนายฝันครั้งประวัติศาสตร์ โคลงโลกนิติ ฉบับถอดความ ประชุมโคลงโลกนิติ ฉบับรวบรวมเรียงใหม่ เพลงฉ่อย นำชมเมืองราชบุรี ฯลฯ ยังมีคำประพันธ์อีกหลายชิ้นที่ผู้เขียนได้ศึกษาและเห็นผลงานของท่าน
          เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ผู้เขียนได้ฟังเพลงเทียนส่องฟ้า เป็นชุดรวมเพลงผลงานเพลง เกียรติยศชุด "เทิดเกียรติคุณครู" สำนวนภาษางดงามและไพเราะมาก มาทราบว่าเป็นผลงานของนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ซึ่งได้รับรางวัลเพลงรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการแต่งเพลงวันครูเข้าประกวดที่คุรุสภาเป็นผู้จัด
          ผลงานของท่านนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย แสดงถึงภูมิปัญญาไทยด้านวรรณศิลป์ในระดับสูง คงมีไม่มากนักที่จะมีบุคคลสร้างผลงานดีเด่นทางด้านการประพันธ์ซึ่งเป็นงานที่ สร้างสรรค์ไว้ให้สามารถสืบสานการประเพณีเห่เรื่อหรือที่เป็นสมบัติทางศิลปวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษสร้างไว้ ทำให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเข้าใจงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยอันงดงามประณีตยิ่งและเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่เรายังมีบุคคลที่สืบสานงานทางศิลปวัฒนธรรมที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะในการสร้างสรรค์งานด้านวรรณศิลป์ ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

บทกาพย์เห่เรือ บทที่ ๑ ชมเรือกระบวน
        ลอยลำงามสง่าแม้น มณีสวรรค์
หยาดโพยมเพียงหยัน ยั่วฟ้า
เหมราชผาดผายผัน โผนแผ่น นภาฤา
พายพะแพรวพรายถ้า ถี่พร้อมผันผยอง
ฯลฯ

คำกลอนในบรรพชาปวัตน์คำกลอน
พระมหาทองย้อย วรกวินโท จากหนังสือ A village ordination

        ขอแสดงแต่งเรื่องแต่เบื้องหลัง
เป็นนิยายชาวบ้านไว้อ่านฟัง
พอประทังทุกข์เหงาเมื่อหาวนอน
แต่รักโศกโชกเชือดกันเลือดไหล
เรื่องนี้ไม่มีดอกบอกเสียก่อน
ด้วยไม่เชี่ยวเชิงชาญการละคร
เป็นแต่กลอนชาวบ้านไว้อ่านกัน
        จะกล่าวถึงผัวเมียเสียแต่ต้น
เขาเป็นคนราชบุรีเกิดที่นั่น
ฯลฯ

เพลงเทียนส่องฟ้า
ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวดแต่งเพลงวันครูของคุรุสภา

เทียนที่เรืองแสงส่อง
คือแสงทองส่องทาง
เปล่งประกาย ยอมละลาย ให้สว่าง
คนหลงทาง เห็นทางที่แสวง
 
ดินเอ๋ยดินไร้ค่า
ใครหนอมาเปลี่ยนแปลง
ปั้นเป็นดาว สีทอง ส่องแสง
คือน้ำแรง ของครู ทุกเขตคาม
 
โอ…เหนื่อยมาแสนนาน
งาน…สินักช่างสมนาม
เบิกดวงดาวพราวนภา แต้มดวงตาเติมฟ้างาม
 
วอนสายลมพริ้วผ่าน
วอนถามดาวเด่นนภา
เป็นห่วงคน ปั้นดาว หรือปล่าวหนา
เพียงสัญญา จะรักดี ก็สุขใจ

กาพย์เห่เรือ
ในมหามงคลวโรกาสที่กองทัพเรือจัดกระบวนพยุหตราชลมารค
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้ากฐินหลวง ณ วัดอรุณราชวราราม
วันที่ ๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๙
นาวาโท ทองย้อย แสงสินชัย ประพันธ์

บทที่ ๑ ชมเรือกระบวน

            ลอยลำงามสง่าแม้น มณีสวรรค์
  หยาดโพยมเพียงหยัน ยั่วฟ้า
  โสภิตกฤษณะผายผัน วรพ่าห์ สุบรรณแฮ
  พายพะแพรวพรายถ้า ถี่พร้อมผันผยอง
     
            เรือเอยเรือนารายณ์ ผ่องพราวพรายเพียงหยาดสวรรค์
  พิศองค์ทรงสุบรรณ เพียงผันผยองล่องล่อยโพยม
            บรรจงทรงผ้าไตร งามผ่องใสได้อวดโฉม
  ศรัทธามาหลั่งโลม โน้มดวงจิตชิดชอบธรรม
            สุวรรณหงส์ลงลอยล่อง งามผุดผ่องล่องลอยลำ
  นาคราชผาดโผนนำ ภุชงค์ล้ำเผ่นโผนลอย
            กระบี่ศรีสง่า งามท่วงท่าไม้ท้อถอย
  เรือครุฑไม่หยุดคอย ยุคนาคคล้อยลอยเมฆินทร์
            อสุรวายุภักษ์ ศักดิ์ศรีคู่อสุรปักษิณ
  พายยกเพียงนกบิน ผินสู่ฟ้าร่าเริงบน
            เรือแซงแข่งเรือตั้ง พร้อมสะพรั่งกลางสายชล
  เรือชัยไฉไลล้น ยลเรือกิ่งพริ้งเพราตา
            ยักษ์ลิงกลิ้งกลอกกาย แลลวดลายล้วนเลขา
  รูปสัตว์หยัดกายา พาโผนเผ่นเป็นทิวแถว
            เรือน้อยลอยน้ำไหล ล้อมเรือใหญ่ไหววับแวว
  พร่างพราวราวเพชรแพรว พายพลิ้วกวักพรักพร้อมพาย
            งามริ้วทิวทางแถว ธงเพริศแพร้วแผ่วปลิวปลาย
  งามเรือเหลือลวดลาย คล้ายเทพทิพย์หยิบลายผจง
            อาภรณ์ผ้าแพรพรรณ สวยสีสรรสวมทรวดทรง
  พลพายพายเรือลง ทิวธงถ้วนล้วนเฉิดฉัน
            เสนาะศัพท์ขับเพลงเห่ เสียงเสน่ห์น้ำสนั่น
  เพลงทิพย์ไป่เทียบทัน กลั่นจากทรวงปวงนาวี
            ศิลปกรรมล้ำเลิศเหนือ ลวงลายเรือล้วนโสภี
  ท่อนไม้ไร้ชีวี มีชีวิตคิดเหมือนเป็น
     
            นาวาสถาปัตย์ ช่างเชียวชัดชาญเชิงเช่น
  ยิ่งยลยิ่งเยือกเย็น เห็นสายศิลป์วิญญาณไทย
            สมบูรณ์สมบัติชาติ ควรประกาศเกียรติเกริกไกร
  ฝีมือลือเลิศใคร ไม่เทียบเทียมเยี่ยมนิยม
            ควรสืบควรรักษา ควรคู่ค่าควรเมืองสม
  ควรเชิดควรชื่นชม ควรภูมิใจไทยทั้งมวล
            แม้นสิ้นจากถิ่นไทย ห่อนเห็นใครมาคู่ควร
  แบบบทหมดกระบวน ล้วนเลิศแล้วแพรวพริ้งพราย
            ขวัญเอยเป็นขวัญเนตร ศิลป์พิเศษยังสืบสาย
  ลูกหลานวานอย่าวาย อย่าดูดายศรีแผ่นดิน
            ฝากโลกให้รู้จัก ฝากศรีศักดิ์วิญญาณศิลป์
  ฝากนามสยามินทร์ ฝากฝีมือชื่อไทยเอย

บทที่ ๒ บุญกฐิน

            ผดุงธรรมเผด็จทุกข์ทั้ง แผ่นไผท
  บังบาปเบิกบุญใบ บ่มสร้าง
  กาญจนาภิเษกสมัย โสมนัส
  เชิญเทพชุมชเยศอ้าง อรรถพร้องพรถวาย
     
            เห่เอยเห่กฐิน บุญแผ่นดินถิ่นธรรมไทย
  หอมบุญกรุ่นกลิ่นไกล จับหัวใจไม่จืดจาง
            แต่งเอยแต่งผ้าไตร อรุณใสอุษาสาง
  บรรจงลงระวาง เหนือแว่นฟ้าอ่าอำไพ
            พิสุทธิ์พุทธศาสน์ พระประกาศมานานไกล
  ถึงถิ่นแผ่นดินไทย ประจักษ์ใจว่าสัจจริง
            ทรงภพอุปถัมภก ทรงยอยกเป็นยอดยิ่ง
  เผ่าไทยได้พักพิง จึงผ่องแผ้วจากภัยพาล
            ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ เฉกร่มฉัตรรุ่งเรืองฉาน
  เป็นถิ่นแห่งศีลทาน ทุกหย่อมย่านจึงร่มเย็น
            ดินแดนแห่งกาสาว์ คือสมญาโลกย่อมเห็น
  ศีลธรรมที่บำเพ็ญ ช่วยดับเข็ญทุกคราวครัน
            บัวบุญจึงเบ่งบาน อยู่กลางธารหทัยธรรม์
  รอยยิ้มย่อมยืนยัน ถึงน้ำใจและไมตรี
            นบไหว้พระไตรรัตน์ ศาสน์สวัสดิ์จำรูญศรี
  วิหารลานเจดีย์ ล้วนรุ่งโรจน์โบสถ์ศาลา
            พระแก้วอยู่เหนือเกล้า ทุกค่ำเช้าเฝ้าบูชา
  สวดธรรมร่ำภาวนา ด้วยศรัทธาในศีลทาน
            มาฆะ วิสาขะ อาสาฬหะ บูชากาล
  ธูปเทียนเวียนทุกวาร ทุกถิ่นฐานทุกชั้นชน
            พรรษาถือศีลสัตย์ ตั้งใจตัดอกุศล
  สามเดือนเตือนจิตตน ไม่หมองหม่นหมดเมามัว
            หน้าเอยหน้ากฐิน ทุกท้องถิ่นบันเทิงทั่ว
  เสียงเห่เสียงโห่รัว ทางรถเรือเหลือสำราญ
            เห่เอยเห่กฐิน พระภูมินทร์หมายโพธิญาณ
  ทรงสร้างทางศิลทาน ทรงเบิกบานดั่งบัวบุญ
            บุญเอยบุญกฐิน ผ่องโสภิณด้วยพุทธคุณ
  พระธรรมล้ำอดุลย์ ช่วยค้ำจุนอบรมใจ
            พระสงฆ์ทรงศีลา เป็นเนื้อนาทักขิไณย
  คุณพระรัตนตรัย อำนวยชัยองค์ราชัน
            ห้าสิบพระวัสสา กาญจนาภิเษกขวัญ
  ปวงบุญแต่ปางบรรพ์ เป็นฉัตรกั้นจักรีวงศ์
            เทพไทถวายทิพย์ พรเลิศลิบลุประสงค์
  เกษมสุขทุกพระองค์ ขอจงทรงพระเจริญเทอญ

บทที่ ๓ ชมเมือง

            สยามเอยอุโฆษครื้น คุณขจร
  สุขสถิตสถาพร ผ่านฟ้า
  ไตรรงค์ลิ่วลมสลอน อวดโลก
  ตราบเมื่อนี้เมื่อหน้า เมื่อโน้นนิรันดร์เกษม
     
            สยามเอยสยามรัฐ งามร่มฉัตรทัดเทียมโพยม
  กิตติศัพท์ขับประโคม โครมครืนครั่นลั่นหล้าคง
            สุโขทัยไกลสุด ถึงอยุธยายง
  ธนบุรีลอยฟ้าลง ทรงศักดิ์ฟื้นคืนคุณขจร
            รัตนโกสินทร์ศิลป์ สืบระบิลอันบวร
  แม่นแม้นแดนอมร ถอนจากฟ้ามาเมืองดิน
            เจ้าเอยเจ้าพระยา ถั่งธารามาเรื่อยริน
  ทวยไทยได้อาบกิน ลินลาศลุ่มขุมกำลัง
            งามเอยงามระยับ แวววาววับวัดเวียงวัง
  ย่ำค่ำย่ำระฆัง วังเวงหวานซ่านซึ้งเสียง
            เจดีย์ศรีสูงเหยียด เสียดยอดท้าฟ้ารายเรียง
  ปรางค์ยอดทอดเงาเคียง เลี้ยงตาเมืองเรื้องเรืองรมย์
            พืชพันธุ์ธัญญาผล เลี้ยงชีพชนดลอุดม
  นาสวนชวนชื่นชม ร่มรื่นไม้ไพรพฤกษ์มี
            รอยยิ้มพิมพ์ใจสวย ชนรุ่มรวยด้ายไมตรี
  เสน่ห์ประเพณี ศรีสง่ามานิรันดร์
            สถิตสถาพร ประชากรเกษมสันต์
  ร่มธรรมฉ่ำชีวัน ฟั้นฝึกใจใฝ่ความดี
            ราชันขวัญสยาม ปิ่นเพชรงามปักธานี
  ร่มพระบารมี ศรีไผทฉัตรชัยชน
            ไตรรงค์ธงชัยโชค ลอยอวดโลกโบกลมบน
  ขวัญฟ้าขวัญตายล ล้นเลิศหลักศักดิ์สยาม
            เมื่อนี้ตราบเมื่อหน้า คงคู่หล้ากล้าเกียรติงาม
  ใครบุกรุกเขตคาม ตามหาญหักรักษ์แผ่นดิน
            ฟ้าเอยฟ้าสยาม งามกว่าฟ้าทุกธานินทร์
  เพลงสยามทุกยามยิน วิญญาณปลื้มดื่มด่ำเอย

บทที่ ๔ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙

            นารายณ์เรืองฤทธิ์ล้ำ เลอหน หาวแฮ
  ทรงสุบรรณบินบน โบกฟ้า
  พ่างเพียงพระภูมิพล- อดุลยเดช
  ทรงเทิดทศธรรมหล้า แหล่งล้วนแรงเกษม
     
            เรือเอยเรือที่นั่ง งามสะพรั่งอยู่พร้อมเพรียง
  ลอยลำมารายเรียง แลสล้างกลางสายสินธุ์
            นารายณ์ทรงสุบรรณ ช่างเฉิดฉันงามเฉิดฉิน
  โผนเผ่นเช่นครุฑบิน ลินลาศคล้อยลอยหาวหน
            รูปครุฑยุคนาคหิ้ว ปานจะปลิวลิ่วลมบน
  พายกวักพรักพร้อมพล เพียงปีกกล้ากวักฟ้าไกล
            งามเอยงามสง่า เหมือนหยาดฟ้ามายาใจ
  กาญจนาภิเษกสมัย ทวยเทพไทถวายพระพร
            พระเอยพระภูมินทร์ ร่มฟ้าดินทุกแดนดอน
  เพราะธรรมแห่งภูธร ที่ทรงธารซึ่งถิ่นไทย
            เป็น "พลังแห่งโลกหล้า" สมสมญาอันยิ่งใหญ่
  เดือนปีที่เป็นไป คือทิพย์ไท้ท่านคุ้มครอง
            ปีทิพย์คือปีธรรม ประพฤตินำสุขเนืองนอง
  ปีธรรมคือปีทอง ไทยทั้งผองผาสุกสม
            ห้าสิบปีที่ทรงราชย์ ประชาชาติประชันชม
  สยามรัฐสวัสดิ์รมย์ ด้วยศูนย์รวมอันร่มเย็น
            ยามใดที่ไทยเดือด ถึงหลั่งเลือดด้วยร้อนเข็ญ
  ทรงดับให้กลับเย็น ที่แก่งแย่งกลับนิยม
            ยามภัยพิบัติเบียน จำจนเจียนจวนจ่อมจม
  ทรงเสกชีวิตชม ให้กลับฟื้นขึ้นยืนตน
            ถิ่นโหยระหายหิว ที่เหือดแห้งทุกแห่งหน
  ย่อมขึ้นด้วยหยาดชล ที่ทรงชุบให้ฉ่ำทรวง
            คือธารเมตตาธรรม อันลึกล้ำทะเลหลวง
  เอิบอาบกำซาบปวง ทุกลมปราณด้วยปรานี
            แผ่ผายข่ายการุณ เบิกบัวบุญพระบารมี
  คุ้มครองป้องธาตรี ให้บานชื่นรื่นเริงชนม์
            ทศธรรมล้ำสถิต ทศทิศไร้ทุกข์ทน
  พระเดชอดุลย์ดล ทั้งสากลจึงเกริกไกร
            นารายณ์ทรงสุบรรณ เผ่นผายผันผลาญพาลภัย
  เฉกองค์พระทรงชัย ทรงครองไทยด้วยทรงธรรม์
            แรงรักแห่งทวยราษฎร์ ประหนึ่งภาชน์สุพรรณพรรณ
  เอ่ยวากย์ถวายวัณน์ คือโกสุมอันโสภา
            ศีลสัตย์คือสายสร้อย บรรจงร้อยเป็นมาลา
  ถวายแทบพระบาทา บูชาคุณพระจอมคน
            จงพระเสวยสวัสดิ์ พูนพิพัฒน์ผองศุภผล
  พระหทัยไกลกังวล ทุกทิพาราตรีกาล

บทที่ ๕ สรรเสริญพระบารมี

            ยอกรเหนือเกศก้ม กราบยุคล
  แทบบาทองค์ภูมิพล ผ่านฟ้า
  กาญจนาภิเษกนุสนธิ์ เสวยราชย์
  ฉลองครบห้าสิบหล้า แหล่งล้วนสรรเสริญ
     
            ยอกรขึ้นเหนือเกศ กราบบทเรศองค์ภูมิพล
  ครองรัชย์สวัสดิมงคล ห้าสิบปีศรีแผ่นดิน
            บันเทิงทั่วถิ่นไทย ร้อยดวงใจทุกดวงจินต์
  ร้อยถ้อยร้อยวาทิน ร้อยความรักภักดีถวาย
            พระเอยพระทรงภพ พระคุณจบขจรขจาย
  คือฟ้าตาวันฉาย และคืนผ่องด้วยเดือนเพ็ญ
            หัตถ์ทิพย์แห่งท่านไท้ กำจัดไข้กำจัดเข็ญ
  ถอนทุกข์ขุกลำเค็ญ เย็นทั่วหน้าห้าสิบฉนำ
            แผ่นดินที่ทรงครอง แผ่นดินทองแผ่นดินธรรม
  คราวเข็ญเข้าครอบงำ ทรงดับเข็ญทุกคราวครัน
            เหน็ดเหนื่อยนั้นหนักนัก ทรงงานหนักอเนกอนันต์
  วันพักเพียงสักวัน ก็แสนน้อยดูนานเกิน
            วังทิพย์คือท้องทุ่ง ม่านงามรุ้งคือเขาเขิน
  ร้อนหนาวในราวเนิน มาโลมไล้ต่างรสสุคนธ์
            ย่างพระบาทที่ยาตรา ยาวรอบหล้าฟ้าสากล
  พระเสโทที่ถั่งทน ถ้าไหลรวมท่วมทุกภาย
            พระผินพระพักตร์ผัน ที่ร้อนพลันละลายหาย
  พระแย้มพระสรวลพราย ทุกข์ทลายไม่เหลือไร
            ยามเหนื่อยกับชีพนี้ พระบารมีเหมือนเกิดใหม่
  ยามหมองไม่อำไพ เหมือนแสงสว่างกระจ่างมน
            จอมเอยจอมทัพไทย คือธงธัยแห่งทวยชน
  ทรงธรรมทรงนำพล เผด็จทุกข์แผ่นดินไทย
            บดบังอบายบาป ธารธรรมอาบบ่มบุญใบ
  กาญจนาภิเษกสมัย โสมนัสทั่วธรณี
            ปลื้มเอยปลื้มเปรมสม วันอุดมฤกษ์งามดี
  วันสุขมงคลศรี วันพิเศษพิสุทธิ์ใส
            ข้าเจ้าเหล่านาวิน ข้าแผ่นดินสำนึกใน
  ขอถวายพระพรชัย แต่จอมไทยปิ่นธรณี
            เดชะพระไตรรัตน์ พระปรมัตถบารมี
  เทวาทุกราศี อัญเชิญช่วยอวยชัยถวาย
            ขอจงทรงพระเจริญ พระชนม์เกินร้อยปีปลาย
  อาพาธพินาศหาย ผองพาลพ่ายแพ้บุญใบ
            จงพระเสวยสวัสดิ์ พูนพิพัฒน์ปราบมารภัย
  ผ่องแผ้วพระหฤทัย ทุกทิพาราตรีกาล
            พระประสงค์ทุกสิ่งเสร็จ แม้สรรเพชญพระโพธิญาณ
  ดำรงรัชย์ชัชวาล ดั่งเวียงสวรรค์นิรันดร์เทอญ





Apycom jQuery Menus