English / ภาษาไทย


สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

ค้างคาวร้อยล้าน เขาช่องพราน



          ปรากฏการณ์ที่แสนจะมหัศจรรย์ยิ่งที่ไม่ว่าใครก็ตามที่มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนอำเภอโพธาราม หรือ จังหวัดราชบุรี จะพลาดไม่ได้ทีเดียว เพราะถ้าหากพลาดการชมปรากฏการณ์ ธรรมชาติอันนี้แล้ว จะเสียดายที่สุดหรืออาจจะพูดได้ว่าเหมือนกับไม่ได้มาเยี่ยมเยือนโพธารามเลย ณ บริเวณวัดเขาช่องพราน ซึ่งมีเขาช่องพรานตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังนั้น อยู่ในท้องที่ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม ห่างจากตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกของแม่น้ำแม่กลองเพียง 9 กิโลเมตร หรืออยู่ห่างจากอำเภอเมืองราชบุรี ประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ๆ
          ตามตำนานเรื่องเขาช่องพรานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระรามัญญาธิบดีที่ 2 เป็นผู้พบเขาช่องพรานและถ้ำในบริเวณนี้หลายแห่ง เห็นเป็นทำเลดีจึงได้ชักชวนชาวมอญมาตั้งรกรากทำมาหากินในถิ่นนี้ และสร้างวัดติดกับเขาทางด้านใต้อีกด้วย และ ณ บริเวณเขาช่องพราน ตรงกึ่งกลางเขามีถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่ง ชื่อว่า "ถ้าพระ" ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปเก่าแก่ปางต่าง ๆ จำนวนร้อยกว่าองค์และมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่องค์หนึ่ง อยู่เกือบถึงก้นถ้ำ ยาวเมตรเศษ สูง 1 เมตรเศษ และมีพุทธบาทจำลองอยู่ภายในถ้ำนี้อีกด้วย
          ถ้านี้มีความลึก 60 เมตร กว้าง 20 เมตร ภายในถ้ามีหินงอกหินย้อยที่งามน่าดูชม ยิ่งนัก ก็เข้าสูตรที่ว่า ที่ไหนมีถ้าที่นั่นก็ต้องมีหินงอก หินย้อย ถ้าหากไม่มีหินงอกหินย้อยก็ ดูกระไรอยู่
          ค้างคาวที่เขาช่องพรานนี้ ส่วนมากเป็นค้างคาวหนูหรือค้างคาวหางหนู ซึ่งเป็นค้างคาวขนาดเล็ก ที่มีหางยาวมาก อยู่ในวงศ์เอมบอลโลนูริแด ทั้งนี้เพราะมีหน้าสั้น จมูกไม่มีแผ่นเนื้อข้าง ๆ หูใหญ่มักติดกันใบหูชั้นในมักเล็กและสั้น หางยาวและปลายหางไม่มีหนังปีกยึด
          ก่อนจะได้เวลาที่ค้างคาวเหล่านี้ บินออกมาจากถ้ำ จะมีเหยี่ยวหรือกามาบินวนเวียน อยู่ตรงปากถ้ำ เพื่อคอยโฉบกินค้างคาว ถ้าค้างคาวตัวใดบินเดี่ยวออกมาก่อนกำหนดเวลา จะถูกโฉบจับกินเป็นอาหาร พอถึงเวลาหกโมงเย็นหรือช้ากว่านั้นเล็กน้อย ค้างคาวตัวหัวหน้าจะบินนำฝูงขึ้นมาจากปากถ้ำโดยบินเกาะกลุ่มกันเป็นสายเหมือนลำต้นตาล หรือ เป็นเกลียวเหมือนพายุไซโคลนตอนแรก ๆ จะออกมาเป็นสายเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ เป็นระลอกใหญ่คล้ายคลื่น โดยม้วนตัวหรือ หมุนตัวก่อนแล้วจึงตามกันออกมาเป็นสาย ยาวเป็นกิโลเมตร ๆ ทีเดียว พอออกมาได้สัก 20-30 นาที ก็จะกระจายแถวออกเป็นสาย 2 สายบ้าง 3 สายบ้าง
          ลักษณะการบินในแถวนั้น เสียงปีกจะดังพึ่งพั่บสนั่นหวั่นไหวไปหมด มันจะบินต่ำ ๆ ขึ้น ๆ ลง ๆ คล้ายกับลูกคลื่นหรือเล่นสิงโตกันไม่มีผิด กว่าค้างคาวจะบินออกจนหมดถ้ำนั้นก็กินเวลาร่วม 2 ชั่วโมงทีเดียว ก่อนที่จะออกจากถ้ำ ค้างคาวพวกนี้จะส่งเสียงดังขึ้นมาก่อน อันเป็นสัญญาณ บอกให้รู้ว่าได้เวลาที่ข้าจะออกหากินแล้วนะ
          ระหว่างที่ค้างคาวออกจากถ้ำเป็นสายนี้จะไม่มีเหยี่ยวหรือกากล้าเข้าไปรบกวนรังควาญได้ ทั้งนี้เพราะจะถูกกระแทกด้วย ความแรงของสายกระแสคลื่นค้างคาว แต่ถ้าตัวใดแตกฝูงออกห่างมาเมื่อใด เมื่อนั้นแหละ ค้างคาวเคราะห์ร้ายตัวนั้นจะถูกโฉบจับกินทันที ยิ่งตอนกลับเข้าถ้ำตอนเช้า ประมาณ 05.30 น.แล้ว ก็ยิ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดยิ่งนัก เพราะพอได้เวลาค้างคาวจำนวนมากมายเหล่านี้บินมาจากไหนก็ไม่รู้มากันหลายทิศทาง จะบินตรงมาที่ปากถ้ำเดียวกันนี่แหละ แล้วก็จะทิ้งตัวดิ่งหายเข้าไปในถ้าอย่างรวดเร็ว ตอนที่ค้างคาวบินเข้า-ออกถ้ำนี้ จะมีพระที่จำพรรษาอยู่ที่วัดเขาช่องพรานมาเฝ้าปากถ้ำเพื่อคอยดูแลไม่ให้คนเข้ามาลักตีค้างคาวได้ ซึ่งนอกจากค้างคาวจะมีเหยี่ยวกาและงู เป็นศัตรูคอยรังควาญแล้ว มนุษย์เราก็ยังมาเพิ่มการรังควาญให้หนักข้อยิ่งขึ้นไปอีก
          การที่มีค้างคาวมาอาศัยอยู่ในถ้ำเขาช่องพรานนี้ ทำให้เกิดมูลค้างคาวทับถมในถ้า ปีละประมาณ 50-60 เกวียน ซึ่งทำรายได้ให้แก่วัดไม่น้อย ซึ่งผู้ซื้อจะจัดพาหนะมาขนเอาเอง เพื่อนำไปทำปุ๋ยโดยนำไปผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอื่นให้อ่อนลงเสียก่อน เพราะถ้าใช้มูลค้างคาวล้วน ๆ จะมีผลทำให้ต้นหมากรากไม้ตายหมด ทั้งนี้เพราะมูลค้างคาวล้วน ๆ นี้ มีความแรงมาก หรืออาจจะนำไปทำดินประสิวหรือวัตถุระเบิดต่าง ๆ ก็ได้ กล่าวกันว่ามูลค้างคาวเขาช่องพรานนี้แท้บริสุทธิ์ไม่มีอะไรเจือปนและคุณภาพสูงมาก การขนย้ายมูลค้างคาวออกจากถ้ำนั้น ต้องนำไปเก็บไว้ยังยุ้งฉางเพื่อรอ ผู้ซื้อ บางครั้งถึงกับลุกเป็นไฟไหม้ยุ้งก็มี และต้องว่าจ้างคนที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เพราะคนที่อ่อนแอจะไม่สามารถทนกลิ่นอันฉุนของมูลค้างคาวได้ ดังนั้นค่าจ้างแรงงานขนมูลค้างคาวจึงสูง



Apycom jQuery Menus