English / ภาษาไทย


บทความที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการแสดง
 
วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงกับเครื่องดนตรี กลู๊
ผศ . อาภรณ์ สุนทรวาท
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
 
          จากการศึกษาค้นคว้ารำกะเหรี่ยงของชาวกะเหรี่ยงชุมชนบ้านบ่อหวี ชุมชนบ้านผาปก และพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน ทั้ง ๓ ชุมชน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีมีเครื่องดนตรีกะเหรี่ยงที่มีลักษณะเฉพาะแสดงความเป็นอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ ตังอย่างเช่น
 

ดังภาพประกอบที่ ๑
 

กลู๊ หรือ กลองมโหะทึกชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงอำเภอ สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เรียกเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า กลู๊ กลองนี้ทำด้วยทองเหลือง ดีบุก ดิน ฯลฯ มีลักษณะรูปร่างแบบวัตถุโบราณ ที่หน้ากลอง จะมีรูปปั้นตัวกบเกาะอยู่รอบ ๆ หน้ากลอง รูปปั้นกบนี้จะเกาะเป็นระยะรอบหน้ากลอง ชาวกะเหรี่ยงนับถือกลู๊อย่างมาก เพราะเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเป็นชาติกะเหรี่ยง ชาวกะเหรี่ยงทั้ง ๒ เผ่า ทั้งปากะญอและโผล่ว จะใช้กลู๊ในงานสำคัญๆ เพื่อตีเป็นสัญญาณและประ โคม เช่น ตีกลู๊ในพิธีเปิด เปิดงานในพิธีชักธงขึ้นเสาในวันสำคัญ เป็นต้น ห้ามใช้ตีเล่นหรือนำไปแสดงงานทั่ว ๆ ไป ผู้มีสิทธิ์มีกลู๊ได้จะเป็นหน่วยงานหรือหมู่บ้าน ถ้าอยู่ในที่ถิ่นใดถิ่นนั้นจะต้องรักษาให้ดี กลู๊นี้เป็นชื่อเรียกของชาวกะเหรี่ยงเผ่าโผล่ว และถ้าเป็นเผ่าปากะญอ เรียกว่า “ โก๊ว ”

     

ดังภาพประกอบที่ ๒
  ในภาพแสดงรูปปั้นกบอยู่รอบหน้ากลอง นักวิชาการที่ศึกษาเกี่ยวกับดนตรีของชาติพันธ์ในภาคพื้นเอเซีย ว่ามีเครื่องดนตรีของชาติพันธ์ หลายชิ้นที่ใช้ในพิธีกรรมที่เกี่ยว ข้องกับวิถีชีวิตมะโหระทึกนี้จัดอยู่ทั้งประเภท " ฆ้อง " และ " กลอง " บางเผ่าพันธุ์เรียก " กลองกบ " หรือ " กลองเขียด " แต่อีกชนเผ่าหนึ่งจะเรียกว่า " ฆ้องกบ " หรือ " ฆ้องเขียด " เพราะมักจะมีรูปกบหรือเขียด อันเป็นสัญลักษณ์ของความ อุดมสมบูรณ์ประดับอยู่หน้ากลองเป็นเหตุให้ทางตะวันตก เรียก Drum Gongs ไม่ว่าจะเรียกกลองหรือฆ้อง ก็เป็นที่รับรู้ตรงกันว่าเป็นเครื่องมือ ทำด้วยโลหะผสมระหว่าง ทองแดงกบ โลหะชนิดอื่น ๆ เช่นดีบุก แล้วเรียกกันว่า " สัมฤทธิ์ " หรือ Bronze มีรูปร่างทรงกระบอกที่คอดตรงกลาง ด้านบน เป็นแผ่นเรียบผายออกถือเป็นด้านหน้าส่วยด้านล่างเป็นฐานตั้งผาย ออกเป็นรูปกรวย ข้างในกลวง มีหูหิ้วมีลวดลาย ประดับประดามากมาย และเป็นรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ กันบางทีมีประติมากรรมลอยตัวประดับ อยู่หน้ากลองด้วยรูปร่างของมะโหระทึกเกี่ยวข้องกับครกตำข้า ที่ชาวจ้วงในกวางสีเรียกลาง และครกตำข้าวก็มาจากกระบอกไม้ไผ ่นั่นเองมีผู้เชี่ยวชาญเสนอความเห็นว่า รูปทรงของมะโหระทึกน่าจะ เลียนแบบกลองที่ทำด้วยไม้มาก่อน และกลองที่ทำด้วยไม้นั้นเลียน แบบมาจากน้ำเต้าอีกทอดหนึ่ง เพราะลูกน้ำเต้าเกี่ยว ข้องกับระบบความเชื่อเรื่องน้ำท่วมโลก ที่ชอบเล่ากันอยู่ทางภาคใต้ ของจีนบริเวณพรมแดนต่อเนื่องจีน เวียดนาม และลาว ( พรพรรณ เลาหศิรินาถ แปลและเรียบเรียงจากต้นฉบับภาษาจีน ที่เขียนโดยบาทหลวงปรินสตัน เอส . ซู ( สวีสงซี ) : กลองมะโหระทึกในประเทศจีนภาคใต้ : ศิลปากร : เล่มที่ ๕ ปีที่ ๒๕ ) แต่มะโหระทึกไม่ใช่วัฒนธรรมจีน เพราะแหล่งที่พบประเพณีทำมะโหระทึกอย ู่ทางภาคใต้ ซึ่งในสมัยโบราณไม่มีร่องรอยของจีน แหล่งที่พบมะโหระทึก จะเป็นบริเวณกว้างขวางอยู่ทาง ภาคใต้ของกัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย เป็นเหตุให้เชื่อถือกันว่ามะโหระทึกเป็นวัฒนธรรมสัมฤทธิ์ของมนุษย์ท ี่เป็นบรรพบุรุษของประชาชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอายุอยู่ ประมาณ ๓ , ๐๐๐ ปีมาแล้ว
 
 
Apycom jQuery Menus