English / ภาษาไทย

 
 

   ประวัติการปั้นโอ่ง ในอดีตหลายชั่วอายุคนนั้น ตำบลโคกหม้อ มีชื่อเดิมว่าอะไรไม่มีใครทราบ ทราบแต่เพียงว่าพี่น้อง
ไทยเชื้อสายรามัญได้อพยพจากทะวาย ตะนาวศรีในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีพี่น้องไทยมาตั้งถิ่นฐานเพื่อประกอบอาชีพ
ในทางปั้นหม้อดิน ภาชนะต่าง ๆ ด้วยดินบริเวณโคกหม้อนั้นมีเศษกระเบื้องจากหม้อ ไห ฯลฯ ทับถมกันจนเป็นโคกสูงใหญ่ชาวบ้านรุ่นหลังจึงเรียกว่า โคกหม้อ

          หลุมดิน เป็นชื่อของตำบลหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ที่มีดินลักษณะพิเศษใช้ในอุตสาหกรรมได้ดีและชนะเลิศระดับจังหวัดในการประกวดดิน เป็นเหตุให้คนไปขุดดินมาใช้ในการอุตสาหกรรมจึงทำให้เป็นหลุมลึกจึงเรียกว่า หลุมดิน เมื่อประมาณ พ . ศ . ๒๕๐๐ ก็ได้มีการจัดตั้งสมาคม เครื่องเคลือบดินเผาขึ้นและเนื่องจากจังหวัดราชบุรีนั้นมีชื่อเสียงด้านโอ่งลายมังกร สาเหตุมาจากดินมีคุณภาพดีจึงทำให้จังหวัดต่างๆ พากันมาซื้อดินจากจังหวัดราชบุรี แต่การใช้ดินจากจังหวัดราชบุรีจะทำให้โอ่งไม่สามารถสมบูรณ์ได้ เพราะการเขียนลายนั้นจะต้องอาศัยดินจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียกว่าหินฟันม้า นอกจากนี้ฟืนยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้โอ่งสำเร็จ ฟืนที่ใช้ส่วนมากจะเป็นฟืนมาจากอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เรียกว่า ฟืนตะเกียบ

    

 

คำและความหมายที่เรียกใช้ในโอ่งมังกร


       โคกหม้อ
เป็นชื่อของตำบลหนึ่งในเขตอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีชื่อที่แปลก
ไม่ซ้ำแบบใคร และมีความหมายแฝงไว้ ในตัวเกี่ยวกับประวัติเรื่องราว เครื่องปั้นดินเผา ในเขตจังหวัดราชบุรี
       หลุมดิน
เป็นตำบลเดียวของราชบุรีที่มีที่ดินเป็นลักษณะพิเศษ ซึ่งมีคุณภาพเป็นเลิศในการนำมาประกอบ
อุตสาหกรรมด้านนี้ ซึ่งในหลายสิบจังหวัด ไม่มีดินประเภทนี้และในปัจจุบันบรรดาโรงงานก็อาศัยดินจาก
ตำบลนี้มาประกอบอุตสาหกรรม และจะสามารถนำมาใช้ได้หลายชั่วอายุคนยังนับว่าเป็นโชคของจังหวัดราชบุรี
ี อย่างมหาศาลที่มีทรัพยากรอันมีค่ายิ่ง
       มังกร
ชาวจีนเรียกว่า เล้ง หรือหลงมังกรเป็นสัญลักษณ์ของชาวจีนถือว่าเป็นเครื่องหมาย
ของความสำเร็จและความยินดี ญวนให้ความหมายของมังกรว่าเป็นความสง่างามและเป็น
เทพเจ้าแห่งน้ำทะเลชาวเวียดนามถือว่าปลาซิวที่มีอายุ ๓ ปี จะกลายเป็นมังกรจึงไม่กินปลาซิว และในวรรณคดีไทยถือ
ว่ามังกรเป็นสัตว์ป่าหิมพานต์  เช่นในกากีกลอนสุภาพของเจ้าพระยาพระคลัง ( หน ) และมีภาพปั้นมังกรในเมืองไทยหลายแห่ง เช่น ภาพมังกรดั้นเมฆ ลายบานประตูพระอุโบสถวัดราชโอรส ธนบุรี วัดมังกรกมลวาส หรือ เล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพฯ และเป็นชื่อต่าง ๆ ด้วย
      หินฟันม้า
เป็นดินที่มีส่วนผสมของธาตุ ซีก้า ซึ่งมีลักษณะพิเศษ ที่นำมาเป็นตัวประสานกับ
สีฝุ่น และในการเขียนลวดลายต่าง ๆ ให้เป็นสีต่าง ๆ ได้ตามต้องการ

 


กรรมวิธีในการปั้นโอ่งมังกรของจังหวัดราชบุรี

        โอ่งมังกรของจังหวัดราชบุรี มีวิธีการปั้นเหมือนกับโอ่งของจังหวัดอื่น ๆ จะต่างกันด้านการเคลือบโอ่งและการเขียนลายมังกรซึ่งมีขั้นตอนในการปั้นอยู่
ขั้นตอน คือ การเตรียมดิน การขึ้นรูป การเขียนลายบนโอ่ง การเคลือบโอ่ง และการเผาโอ่ง ซึ่งมีลายละเอียดดังนี้
         ดินที่ใช้ปั้นโอ่งจะต้องเป็นดินเหนียว แต่ต้องนำมาหมักไว้ในบ่อดินสองหรือสามวันเพื่อให้ดินอ่อนตัวทั่วถึงกันทั้งก้อน เมื่อเอาดินเหนียวขึ้นมาจากบ่อหมักแล้วก็นำเอาดินเข้าเครื่องนวดใส่ทรายละเอียดลงไปผสมตามอัตราส่วน ดินเหนียวสองส่วนทรายหนึ่งส่วน        
         เมื่อใส่ส่วนผสมเรียบร้อยแล้วก็นวดให้ดินเป็นเนื้อเดียวกัน ดินที่ได้จากการนวดนั้นจะไม่แข็งหรือเหลวเกินไป ดินนวดแล้วจะกองเป็นดินกองใหญ่ เวลาจะนำไปปั้นโอ่งต้องใช้เครื่องมือตัดแบ่งดินออกจากดินกองใหญ่ เครื่องมือตัดดินนี้ช่างปั้นเรียกว่า เหล็กตัด


   การเตรียมดิน    
ขั้นตอนการเตรียมดิน
 
   
   
 
 

 
ที่มาภาพ : ADVANCED THAILAND GEOGRAPHIC   ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๖๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖
การขึ้นรูป
     
        ในการปั้นโอ่งนั้นจะใช้คนปั้นถึง ๓ คน และแบ่งการปั้นเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนฐาน
ส่วนท้อง และส่วนปากโอ่งแล้วส่งไปแผนกทุบตกแต่งโอ่ง ดังนี้ ๑. การปั้นส่วนฐานของโอ่ง
เรียกว่า ปั้นขา เมื่อปั้นฐานโอ่งเสร็จก็จะทิ้งไว้ให้แห้งแล้วค่อยปั้นส่วนที่ ๒
ต่อไป ๒. การปั้นส่วนท้องโอ่ง เรียกว่า จ้อปั้น ๓. การปั้นปากโอ่ง เรียกว่า ต้นโอ่ง
เมื่อปั้นปากโอ่งเสร็จก็ต้องรูดปากโอ่งโดย ใช้ผ้าจับรูดตามปากโอ่ง แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง พออยู่ตัวไม่ต้องแข็งมาก  
   
 
การปั้นปากโอ่ง "ต้นโอ่ง"
การปั้นส่วนท้อง "จ้อปั้น"
 
 
 
 
การปั้นส่วนฐานของโอ่ง "ปั้นขา"
การปั้นปากโอ่ง
 

 
ที่มาภาพ : ADVANCED THAILAND GEOGRAPHIC  ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๖๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖

       
  การทุบโอ่ง    
 

  การทุบโอ่ เมื่อช่างปั้นโอ่งทั้ง ๓ ส่วนเสร็จเป็นรูปร่างแล้วก็ส่งต่อไปให้  แผนกช่างทุบตบแต่งโอ่ง เพื่อให้โอ่งนั้นเรียบ และได้รูปทรงที่ดีและสวยงามเครื่องมือที่ใช้ ๒ ชนิด คือ ฮวยหลุบ และไม้ตีด้านนอกโอ่ง

 
 
 
 
 
การทุบโอ่ง
 
 

 
ที่มาภาพ : ADVANCED THAILAND GEOGRAPHIC ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๖๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖

 
     
 
     
 
 
การเขียนลายบนโอ่ง
         
การเขียนลายโอ่งไม่เหมือนกับการใช้สีเขียนรูปบนกระดาษวัสดุที่เขียวลายบนโอ่งเป็นดินเหนียวผสมดินขาว เนื้อดินต้องร่อนให้ละเอียด เมื่อนำดินทั้งสองชนิดมาผสมแล้วนวดให้เนื้อดินนิ่ม เรียกว่า ดินติดดอกโอ่งเมื่อแต่งผิวเรียบร้อยแล้วก็จะนำมาวางบนแป้นหมุน ช่วงติดลายจะใช้ดินติดดอกเป็นเส้นเล็ก ๆ ป้ายติดไปที่โอ่งสามตอน เพื่อเป็นการแบ่งโอ่งออกเป็นสามช่วง คือ ช่วงปากโอ่ง ตัวโอ่งและเชิงล่างของโอ่งแต่ละช่วงจะติดลายไม่เหมือนกัน
   
 

ช่างเขียนลายจะใช้ดินสีนวลผสมกับดินขาว
แล้วปาดดินด้วยมือให้เป็นลวดลายต่าง ๆ

การวาดลายเรียบธรรมดา

 
   
 

การวาดลายนูนแบบพิเศษ

การวาดลายโดยใช้แบบพิมพ์ลาย

 
     
  ช่วงปากโอ่ง นิยมติดลายดอกไม้หรือลายเครือเถา เพื่อความสะดวกรวดเร็วและความเรียบร้อยสวยงาม การติดลายช่วงนี้ ก็จะมีแบบฉลุบนแผ่นพลาสติกใสเป็นลายที่ต้องการเอาไว้ เวลาติดลาย ก็นำแบบฉลุวางทาบลงบนผิวโอ่ง แล้วนำดินติดตอกกดปากลงบนแบบฉลุ เมื่อยกแบบออก ดินติดดอกก็จะติดดอกลงไปบนโอ่งเป็นลวดลายตามแบบ  
     
 

ช่วงตัวโอ่ง นิยมเขียนเป็นรูปมังกรช่วงติดลายจะติดดินเป็นลายมังกรขึ้นจากความชำนาญไม่ต้องร่างเป็นรูปก่อน การติดลายมังกรถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากเพราะโอ่งจะสวยสะดุดตามากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับลายนี้

 
     
  ช่วงติดเชิงด้านล่างโอ่ง ช่างจะติดวิธีเดียวกับช่วงปากโอ่ง และลายช่วงนี้จะเป็นแบบง่าย ๆ  
 



 
 
ที่มาภาพ : ADVANCED THAILAND GEOGRAPHIC ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๖๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖

  การเคลือบโอ่ง
         
หลังจากเขียนลายบนโอ่งเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไป คือการเคลือบโอ่งซึ่งจะมีวิธีการเคลือบพร้อมทั้งประโยชน์ที่ได้
รับจากการเคลือบโอ่งดังปรีดา ปัญญาจันทร์ได้อธิบายไว้ดังนี้ เมื่อติดลายบนตัวโอ่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำโอ่งมาเคลือบ
น้ำที่ใช้เคลือบ คือ น้ำโคลน ผสมกับ ขี้เถ้า จะใช้เถ้าอะไรก็ได้ในโรงงานเผาโอ่งทั่วไปจะใช้เถ้าจากการเผาโอ่งนั่นเอง
แต่จะให้ลวดลายบนโอ่งนั้น ดูสีสวยนั้นควรใช้เถ้าจากกระดูกสัตว์จะสวยกว่าขี้เถ้าจากพืช เถ้าที่นำมาผสมกับน้ำโคลน
จะต้องร่อนให้ละเอียดเสียก่อน น้ำเคลือบที่ดี น้ำโคลนและเถ้าจะต้องละเอียดที่สุดในการเคลือบโอ่ง จะนำโอ่งวางหงาย
ในกระทะใบบัวใช้น้ำเคลือบราดให้ทั่วด้านในโอ่งก่อน จากนั้นจึงช่วยกันยกโอ่ง คว่ำลงไปในกระทะนั้น ตักน้ำเคลือบ
ราดรดผิวนอกจนทั่วจึงช่วยกันยกโอ่งขึ้นวางหงายผึ่งลมไว้น้ำเคลือบที่เหลืออยู่ในกระทะใบบัวก็ตักเทใส่รวมกับน้ำเคลือบ
ที่เตรียมไว้นำโอ่งใบใหม่มาวางบนกระทะอีกแล้วก็ทำการเคลือบตามวิธีที่กล่าวมานี้โอ่งที่เคลือบน้ำเคลือบแล้ว นอกจาก
จะให้เกิดสีสวย เป็นมันเมื่อเผาเสร็จออกมาเป็นโอ่ง น้ำเคลือบยังช่วยสมานรอยและรูระหว่างเนื้อดินเมื่อนำโอ่งไปใส่น้ำ
น้ำก็จะไม่ซึมออกมานอกโอ่ง
 

 
 
การเผาโอ่ง
   

ที่มาภาพ : ADVANCED THAILAND GEOGRAPHIC ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๖๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖
     
     
 

     การเผาโอ่งนับเป็นกรรมวิธีขั้นสุดท้ายของการทำโอ่งเป็นเตาขนาดใหญ่ เรียกว่าเตาอุโมงค์เตาอุโมงค์จะก่อด้วยอิฐเป็นรูปยาวด้านข้างเตาด้านหนึ่งจะเจาะช่องประตูเพื่อให้เป็นทางน้ำโอ่งหรือภาชนะดินอื่น ๆ เข้าไปเผา
และเป็นทางขนโอ่งหรือภาชนะดินที่เผา เสร็จแล้ว ออกจากเตาส่วนด้านข้างเตาอีกด้านหนึ่งจะก่ออิฐเรียบไปตลอดด้านบนของเตาจะเจาะรูไว้เป็นระยะ ๆ
เพื่อใช้ใส่ฟืนเป็นเชื้อในการเผา รูที่เจาะไว้นี้เรียกว่า ตา จะมีตาอยู่รอบเตาทั้งสองด้านเตาอุโมงค์หนึ่ง ๆ จะมีช่องประตูและตามากน้อย แค่ไหนนั้นจะ
ขึ้นอยู่กับขนาดของเตา เช่น ตามี ๔ ช่องประตู ก็จะต้องทำตาไว้รอบเตามีทั้งหมด ๗๐ ตา
         ปลายด้านหนึ่งของปลายอุโมงค์ จะใช้เป็นหัวเตาสำหรับก่อไฟส่วนอีกด้านหนึ่งจะเป็นก้นเตา ใช้เป็นปล่องสำหรับระบายควันออกจากเตา
         เมื่อจะเผาโอ่งหรือภาชนะดินอื่น ๆ นั้นจะต้องเปิดประตูเตานำโอ่งและภาชนะที่จะเผาเข้าไปเรียงในเตาจนเต็ม จากนั้นก็ปิดประตูด้วยอิฐชนิดเดียว
กับที่ใช้ก่อเตาใส่เชื้อไฟตามตาที่อยู่รอบ ๆ เตาจนเต็มที่แล้วจึงจะก่อไปที่ปากเตาไปสู่ก้นเตาซึ่งเย็นกว่าอากาศร้อนก็จะลอยออกไปทางก้นเตาจึงทำให้เกิด
แรงดูดขึ้นภายในเตา ความร้อนจากปากเตา ก็จะวิ่งเข้ามาในเตาพอพบกับเชื้อที่ใส่เอาไว้ ก็เกิดการลุกไหม้ทั่วทั้งเตา
        ปล่อยให้เกิดการลุกไหม้ทั่วทั้งเตาติดติดกันนานถึง ๒ วันพอวันที่สามไปไม่ต้องเติมเชื้อไฟอีก ไฟก็จะมอด ปล่อยทิ้งไว้ ๑๐ ถึง ๑๒ ชั่วโมง
ความร้อนในเตาก็เกือบจะหมดตอนนี้จึงเปิดช่อง ประตูเตานำโอ่งและภาชนะที่เผาออกมา คัดแยกชนิดที่สมบูรณ์ทุกอย่างก็นำไปจำหน่ายส่วนที่ชำรุดซึ่งเป็นส่วนน้อยก็ต้องนำไปทุบทำลายใช้ถมที่ต่อไป

         โอ่งลายมังกรของจังหวัดราชบุรีนั้นจะมีผู้ทำออกจำหน่ายทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย
จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมที่ขึ้นชื่อในจังหวัดราชบุรีนั้นก็คือ การปั้นโอ่งซึ่งส่วนใหญ่ลายที่ใช้เขียน
ลงบนโอ่งนั้นจะเป็นลายมังกร ฉะนั้นผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงงานปั้นโอ่งจนมีชื่อเสียงนั้นควรจะเป็นคนจีน การปั้นโอ่งนั้นจะมีขึ้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควรซึ่งที่กล่าวมานั้นมีทั้งหมด ๕ ขั้นตอนด้วยกัน
คือการเตรียมดิน การขึ้นรูป การเขียนลาย การเคลือบ การเผา

 

ที่มาภาพ : ADVANCED THAILAND GEOGRAPHIC ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๖๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖
Apycom jQuery Menus